music-diagnosis


Gorillaz - Dirty Harry
 





สำหรับผม
ในช่วงเวลาต้นปีที่แล้ว
แฮรีโสโครก เป็นเพลงโปรดที่สุดในอัลบั้มล่าสุดของ Gorillaz
มันมีท่วงทำนองที่สนุกมาก จนผมนึกเอาเองว่ามันน่าจะเป็นเพลงประกอบการดำเนินชีวิตผมได้
และมันก็ป็อปสุด ๆ แบบว่ามีให้เลือกในรายการ Calling Melody ซะด้วยสิ

ผมไม่สนใจเนื้อหาของมันเท่าไหร่ เพราะมันเป็นเนื้อเพลงแร็พ
และผมยังนึกเอาเองอีกว่า ในช่วงคอรัสที่เป็นเสียงเด็ก ๆ ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวนั้น
คงกำลังร้องกันอยู่ว่า "ดิ ดา ดา ดิ ดี ดา ดา" หรือ
คงกำลังร้องอะไรที่น่ารัก ๆ กันอยู่

ผ่านไปร่วมปี วันหนึ่งกำลังเปลี่ยนช่องในทีวีไป ๆ มา ๆ ก็บังเอิญได้เจอคอนเสิร์ตของ Gorillaz
พร้อมกับเด็ก ๆ ยืนเรียงรายกันราวกับยกห้องเรียนชั้นอนุบาลและประถมมาไว้บนเวที
เลยมั่นใจว่ามันคงไม่ใช่แค่เสียงจ้อกแจ้กว่า "ดิ ดา ดา" แน่ ๆ



อันนี้คือ ที่ได้ดูทางทีวี




อันนี้เจอใน Youtube เป็นโชว์คนละที่กับด้านบน แต่มุมกล้องจะใกล้และชัดกว่า

และสิ่งที่ออกมาจากปากเด็ก ๆ ก็คือ

"I need a gun to keep myself from harm.
The poor people are burning in the sun.
But they ain't got a chance, they ain't got a chance.
I need a gun 'cos all I do is dance...
'Cos all I do is dance."

ผมชอบที่มักจะพบเจอสิ่งเหล่านี้ที่แอบแฝงตัวอยู่ในวัฒนธรรมเพลงป็อปและเด็ก ๆ ไร้เดียงสา
พอ ๆ กับการที่ข่าวภาคค่ำมักอยู่ติดกับละครหลังข่าว
มันติดกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าอันไหนละคร
การใช้ความสดใสร่าเริงเพื่อสื่อสารว่า
"พวกเราอยากได้ปืนสักกระบอกเพื่อปกป้องตัวเองจากอันตราย"
ขณะที่ปืนก็เป็นวัตถุอันตราย เรากลับรู้สึกปลอดภัยเมื่อเรากลายเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า
มันน่าหัวร่อพอ ๆ กับที่เราเรียนวิชาประวัิติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของสงครามและการรบราฆ่าฟัน
มันศักดิ์สิทธิ์มากจนแทบอยากจะออกข้อสอบลงในใบลานเสียเลยให้รู้แล้วรู้รอด

สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเวลาการดูข่าวละครภาคค่ำ
ไม่ใช่ภาพโหดร้ายของสงคราม หรือวิกฤตจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกต่อไปแล้ว
แต่กลับเป็นความรู้สึกเฉยชาของเรา เวลาดูเรื่องพวกนี้
พอ ๆ กับที่เราอดสนุกและคึกคักไม่ได้เวลาเห็นกลุ่มเด็ก ๆ กำลังสนุกสนานเมื่อร้องเพลงนี้

ประโยคสุดท้ายที่เด็ก ๆ มีโอกาสได้ร้องนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า
"ผมก็แค่อยากได้ปืนสักกระบอก เพราะเท่าที่ผมทำได้ก็มีแค่เต้นรำน่ะ"
มันชวนให้นึกถึงการร้องเพลงเต้นรำซึ่งปกติเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนชั้นอนุบาล

หากผมจำภาพตอนเรียนอนุบาลได้ก็คงดี
อาจจะทำให้นึกออกว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เรากลายเป็น ปืนเก็บเสียง (Silencer / Suppressor)
อย่างดีดังเช่นทุกวันนี้



หากยังพอจำเรื่องราวใน Finding Neverland ได้
James Barrie ซึ่งแต่ง Peter Pan ขึ้นเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น
จากความขมขื่นและความมัวหมองจากชีวิตวัยเด็กของเขา

หลาย ๆ คนเืมื่อเห็นชื่อ Dirty Harry อาจจะนึกถึงหนังของ Clint Eastwood
แต่หากมองตามสัญชาติ เท่าที่ผมรู้จักก็มีคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในวัง
อีกคนอยู่ในวรรณกรรมเยาวชน

หากมองรายหลังว่าเป็น Harry Pan ของเด็ก ๆ ยุคนี้ก็ไม่ผิดนัก
หรือจะเรียกว่า Clean Harry ก็ยังได้

เมื่อพูดถึงเรื่องเด็ก ๆ
อาจจะต้องทดทวนความจำด้วย
เด็กที่ไม่มีวันโตเป็นผู้ใหญ่่ของ N.P.

หรือ

เด็กที่กำลังจะคลอดเป็นอสูรกายของ Song-Why

สุดท้าย ฟังอีกครั้งกับ
คำสาบแช่งถึงสันติภาพจอมปลอมจาก M.I.A.

++
ตอบคำถามจาก Comment ของ Entry ที่แล้วนะครับ

* ดอกทอง Mraz Mania
คุ่น (ปราบดา หยุ่น) เคยตีความเพลง Mysteries ซึ่งเป็นซิงเกิลเปิดตัวของ Beth Orton and Runtin' Man ไว้ในนิตยสาร MTV Trax ฉบับแรก เนื้อหาของเพลงก็ลึกลับซ่อนเงื่อนพอ ๆ กับชื่อเพลงเลย
เป็นครั้งแรกทผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับความหมายเพลงประมาณนี้ ต้องขอบคุณ คุ่น จิง ๆ

ยังงัยน้องดอก ก็ลองเข้าไปฟังก่อน เพราะผม post cd single ของ Mysteries และ Tom The Model (ซิงเกิลที่สอง) ไว้ในบ้านพักตากอากาศผมที่ Wordpress ครับ

... ว่าแต่ จะไปดู คำสาปดอกทอง (Curse of The Golden Flower) มั้ยครับ น้อง

* Only Human * dot EM
เคยดู mv ของ First Day of My Life ไหมครับ โรแมนติกดีคับ
ผมว่ามันเหมาะสำหรับคนที่กำลังอยุ่ในระหว่าง the beginning of new love นะครับ
 
ตอนนี้ Bright Eyes ออก EP ตัวใหม่ ชื่อว่า Four Winds น่าสนใจดี
ถ้าอยากลองฟังดู ก็เชิญที่
Wordpress
พรุ่งนี้นะครับ

อีกอย่าง ตอนนี้กำลังรอดู Final Score อย่างใจจดใจจ่อ ตื่นเต้น ๆ




++
นับว่าเป็นคนสายตาดีคนหนึ่ง
แม้แต่สิ่งที่อยู่ไกลลิบตา

ภาพที่ปรากฎก็ไม่เคยรบกวนการมองเห็น

หรือรบกวนจิตใจเลย


เคยลองมองจมูกตัวเอง
สายตาเราจะถูกปรับให้แคบลง

แม้ภาพที่เลือนลางของจมูกจะปรากฎขึ้น

แต่เบื้องล่างกลับมีภาพที่ชัดเจนทดแทนทุกครั้ง


หรือแม้แต่เวลาเราปรับสายตา
มองกวาดออกไปเป็น 180 องศา

ภาพพร่าเลือนของจมูกกลับไม่เคยทำให้
ภาพเบื้องหน้ามีความชัดเจนน้อยลง
ซ้ำร้ายบางครั้งเราแทบจะไม่ได้สังเกต
ภาพจมูกของตัวเองด้วยซ้ำ

เวลาเจอเรื่องเศร้า ๆ
เรามักจะนึกถึงคำพูดคำร้องคำถามของ ลอยด์ โคล ที่ว่า

"พร้อมรึยังที่จะหัวใจสลาย"
แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพรากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเราไปได้
บางครั้งได้ยินคำปลอบใจจาก โรซี โทมัส

"รอยยิ้มเปื้อนความวิตกกังวล"
ก็ใจชื้น คิดว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ก็น่าจะมีอารมณ์ความรู้สึกของตัวมันเองเช่นกัน

เวลามีเรื่องทุกข์ใจก็มักจะพูดกับตัวเองบ่อย ๆ ว่า
เกลียดจัง ที่มนุษย์เราปรับตัวเก่ง
ไม่ใช่แค่ เราสามารถยิ้มหรือหัวเราะเวลามีเรื่องทุกข์ใจได้
แต่ยังทำให้ตัวเองและคนอื่นเชื่ออย่างผิด ๆ ได้ว่า
เราก็แค่ยิ้มและหัวเราะไปพร้อม ๆ กับความเศร้าในใจ


วันนี้กลับกลายเป็นความเศร้าส่งยิ้มมาให้แต่
"ลอยด์ ผมขอโทษจริง ๆ
แม้แต่กับความเศร้า
ผมก็ยังคงปฏิบัติกับมันด้วยความเสแสร้ง"


++
Camera Obscura - Lloyd, I'm Ready To Be Heartbroken



He said “I’ll protect you like you are the crown jewels” yet
Said he’s feeling sorrier for me the more I behave badly I can bet

Hey Lloyd I’m ready to be heartbroken
I can’t see further than my own nose at this moment

Jealousy is more than a word now I understand
I know you can stay a girl while holding a boy’s hand

Hey Lloyd I’m ready to be heartbroken
I can’t see further than my own nose at this moment

I’ve got my life of complication here to sort out
I’ll take myself to an east coast city and walk about

Hey Lloyd I’m ready to be heartbroken
I can’t see further than my own nose at this moment



++
Lloyd Cole - Are You Ready To Be Heartbroken?



Looking like a born again
Living like a heretic
Listening to arthur lee records
Making all your friends feel so guilty
About their cynicism
And the rest of their generation
Not even the government are gonna stop you now
But are you ready to be heartbroken?
Are you ready to be heartbroken?

Pumped up full of vitamins
On account of all the seriousness
You say you’re so happy now
You can hardly stand
Lean over on the bookcase
If you really want to get straight
Read norman mailer
Or get a new tailor
Are you ready to be heartbroken?
Are you ready to be heartbroken?
Are you ready to bleed?

What would it take
What would it take to wipe that smile off of your face?
Are you ready to be, are you ready to bleed?

Are you ready to be heartbroken?
Are you ready to bleed? (heartbroken)
Well you better get ready now baby
Are you ready to bleed? , ready to bleed?

++
 
ไอเบ็ค: ประเด็นคงไม่ได้หมายถึง จะดำรงชีวิตอยู่อย่างสุขหรือทุกข์  
ไอคิด: เหมือนท่อนหนึ่งของ Lloyd "เมิงบอกว่า เมิงมีความสุขเหลือเกิน
แต่ตัวเมิงแทบจะยืนไม่ไหว ตอนเมิงพูดประโยคนี้ เมิงยังต้องเอาตัวพิงชั้นหนังสือไว้ไม่ให้ล้ม"
ไอเบ็ค: แดกดันมากเลยว่ะ เรามีความสุขจอมปลอมขนาดไหนกันนะ

++
Download : Lloyd, I'm Ready To Be Heartbroken
Download : Are You Ready To Be Heartbroken?


++
ทำความรู้จักหรือรู้ฟัง กับ Camera Obscura และเพลงนี้เพิ่มเติมได้ที่
บ้านอีกหลังนึงของผมที่ Wordpress นะครับ



++
ตอนเด็ก ๆ แม่มักจะผลักไส
ให้ผมไปยืนอยู่ในที่ ๆ แสงแดดส่องถึง
โตขึ้นมาสักหน่อย
แม่ก็มักจะบ่นว่า ทำไมชีวิตผมไม่ค่อยส่องสว่างเลย

เวลาล่วงเลยผ่านไป
กลับกลายมาเป็นผม
ซึ่งกำลังพยายามช่วยชีวิตแม่
โดยการช่วยแม่ประดิษฐ์
อุปกรณ์ให้แสงสว่างของตัวเอง

หลังจากพบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผมก็เริ่มแนะนำให้แม่รู้จักกับ
วิธีการมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องพึ่งพาแสงสว่าง

เวลาล่วงเลยจนถึงปลายเดือนธันวาคม
ในที่สุด ผมก็เข้าใจได้ซะที
"แค่ดอกไม้ก็พอ ใช่ไหมแม่"

++
Rosie Thomas - October




make her a flower in late december
when the sun is not shining on her
write her a love song and play it all day long
to remind her of all that she is worth

never never leave her

take her on long drives for ice cream by sea sides
and give her your coat when she is cold
tell her you miss her when you're close enough to kiss her
and that you'd walk a thousand miles to tell her so

but never never leave her

take photographs of her on Brooklyn street in October
when her nervous smile is slightly curved
somedays when she is slightly down tell her it's okay to frown
it makes you just fall more in love with her

but never never leave her.

++
ไอคิด: ปลายเดือนธันวาแล้ว หาดอกไม้ให้เธอ
เพราะตอนนี้แสงแดดส่องไม่ถึงเธอ
"make her a flower in late october
when the sun is not shining on her"
ไอเบ็ค: ดอกไม้เป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ
ที่งอกงามขึ้นจากความว่างเปล่า ผลผลิตหนึ่งจากแสงสว่าง
ไอคิด: บางที สิ่งมีชิีวิตอย่างมนุษย์ ๆ
เราอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่จนเกินไป ใหญ่เกินกว่าที่จะส่องสว่าง
ไอเบ็ค: บางที อาจจะทำเป็นต้องใช้แสงปลอม ๆ อย่างสปอตไลท์ หรือ แสงแฟรช

++
ต้นปีนี้ Rosie Thomas กลับมาพร้อมกับของสวย ๆ งาม ๆ อีกครั้ง
ในอัลบั้ม These Friends of Mine ถ้ากำลังหลงทิศหลงทาง
ก็ขอแนะนำ Track 4 เพลง Much Farther To Go
Download ทั้งหมดได้ที่นี่ครับ