ในที่สุด Blog Tag ก็มาเยือน
เริ่มต้นจาก S65 ซึ่งคำเชิญนี้ ผมปลื้มมากจนคิดว่านี่เป็นเหมือนจดหมายรักจาก Sputnik65 เลย
ต่อมาด้วยคนใกล้ ๆ ตัวกันอย่าง TETE และ N.P ที่คุ้นเคยกันดีนอก Blog
และนี่ก็เป็นการลอบสังหารอันสัมบูรณ์แบบ
เขามีกฎว่า คนที่ได้รับ Tag จะต้องเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง
ที่คิดว่าคนอื่นไม่รู้ 5 เรื่อง แล้วก็ส่งต่อไปให้คนอื่นๆ อีก
1. Confusionists
ชื่อ confusionists นี่
ลองนึกภาพมีคน 5 ตั้งวงเหล้านั่งพูดคุยกันอยู่ในหัวผมตลอดเวลา
นี่น่าจะเป็นวิธีอธิบายความสับสนของผมได้ชัดเจนที่สุด
บวกกับคาเรกเตอร์ของ ซาดาคิโยะ
ในการ์ตูนมหากาพย์เรื่อง 20th Century Boy ด้วยน่าจะดี
2. Oral Sex
เคยเข้าไปลองเล่นเว็บหาคู่ของฝรั่ง เป็นแชตออนไลน์
ครั้งแรก ๆ หาคนคุยด้วยไม่ได้เลย แต่อยู่มาวันนึงฝรั่งก็เข้ามาคุยตรึมเลย
นั่นเป็นเพราะข้อความที่ใส่ลงใน Profile ว่า
"There's A Little Bit of Your Taste in My Mouth"
"ยังมีรสชาติของคุณติดปากติดลิ้นฉันอยู่เลย"
3. Pissing in the Wind
ระหว่างบวชเป็นพระ คำสอนเดียวจากพระผู้ใหญ่ ในวัดที่จำได้ก็คือ
"เป็นพระห้ามยืนเยี่ยวนะ พระวินัยบอกไว้"
ถามใครก็ไม่เคยใด้รับคำตอบที่สมเหตุสมผลเลย เลยไม่ปฏิบัติตาม
หลายเดือนหลังจากสึก อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับพุทธประวัติ
"เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ไม่จำเป็น ปัจจัยที่จะก่อให้เกิดกิเลส ตัฒหา"
พร้อมกับข้อความต่อท้ายว่า "โง่แล้วยังอวดดีอีกนะ"
ขยี้ตาอ่านดูอีกครั้ง ไม่มีประโยคหลังอยู่แล้ว
สงสัยตาจะฝาด
4. Never Went To Church
เคยกำแหงโกรธพระพุทธเจ้าอยู่เป็นเดือน ๆ
แม้จะบวชเรียนแล้ว แต่ด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา
ฉุนนึกเอาว่าพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของ สังสารวัฏวิถี
แบบว่ามันชวนหงุดหงิดนั่งเกาหัว
เวลานึกถึงเรื่องชาติภพ หลักกรรม การเวียนว่ายตายเกิด
โชคดีที่ความโง่อยู่กับผมไม่นาน
หลังจากนั้นก็ไปวัดตอนเย็นทุกวัน
ทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิที่วัดประมาณหนึ่งเดือน
เพราะทราบว่าบทสวดมนตร์ของการทำวัตร
มีความหมายในการสรรเสริญพระพุทธเจ้า
แต่ตอนนี้ความโง่ในเครื่องแต่งกายใหม่ก็กลับมาเยือน
หลังจากฝรั่งชวนเข้า Book Club เพื่ออ่านไบเบิลแล้วช่วยกันตีความ
สนุกสนานดี แต่ก็เริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง
คิดเอาเองว่าสังสารวัฎฎวิถีน่าจะเป็น
หลักการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ของพระเจ้า
แต่ก็สงสัยว่าพระเจ้าซึ่งสร้างโลกอย่างเร่งรีบภายในเจ็ดวัน
อุตริดึงซี่โครงจากร่างกายมนุษย์ผู้ชายแล้วเอามาสร้างเป็นผู้หญิง
สร้างมนุษย์ที่โง่เขลาพอที่จะสร้างบาปให้ตัวเองโดยผลไม้ต้องห้ามเพียงลูกเดียว
จะเป็นคนเดียวกับผู้ที่คิดค้นหลักกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดอันแสนซับซ้อนนี้เอง
5. Stones Taught Me To Fly
ถ้าให้พูดถึงชีวิตของตัวเอง
ที่ผ่านมาใช้ชีวิตแหงนหน้ามองฟ้ามาตลอด
เหมือนกำลังมองหาอะไรที่อยู่ไกลลิบตา
เบื้องล่างก็พลางเดินเหยียบก้อนหินมากมาย
วันหนึ่งจึงเข้าใจว่า ก้อนหินนี่เองเป็นแรงบันดาลใจให้เราหัดโบยบิน
หลังจากศึกษาเรื่องปีกและวิธีการบิน
ถึงเวลาฝึกบินครั้งแรก
วินาทีที่ล่วงหล่นผ่านมวลอากาศอย่างง่ายดาย
กว่าจะรู้ตัวว่าได้สัมผัสพื้นดิน
ตัวเองก็กลายเป็นก้อนหินเสียแล้ว
"Stones Taught Me To Fly"
"ก้อนหินสอนให้ฉันโบยบิน"
ถูกต้องครับ เพลงเดียวกับเพลงประกอบการโอษฐกามในข้อ 2 นั่นแหละ
Damien Rice - Cannonball

นี่เป็นส่วนที่ยากลำบากที่สุด
นั่นคือการหาคนที่ยังไม่โดน Tag
1. พี่ Why ต้นตำรับการเขียนน้อย แต่ได้มาก
2. ดอกทอง - Mraz Mania หายไปพร้อมกับหนุ่มคนใหม่? ไม่รู้มีเวลาเขียนไหม
3. Sicky Noina ความเล้นลับของหมีเสพยาเกินขนาด
4. Adverblog รู้จักงานโฆษณาจากที่นี่เปนที่แรก
5. Adออฟเดอะเวริ์ล โฆษณาเหมือนกัน